[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1


บริหารทั่วไป
เรื่อง : ปัญหาการแต่งตั้งกรรมการ



 

ปัญหาการแต่งตั้งกรรมการ

                                                              โดย สมมาต คำวัจนัง

                             ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตสถาน กรรมการหมายถึงบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งหรือได้รับแต่งตั้งเป็นคณะร่วมกันทำงานหรือกระทำกิจการบางอย่างซึ่งได้รับมอบหมาย เมื่อรวมกันเป็นคณะ เรียกว่าคณะกรรมการ 
                    ในระบบการทำงานราชการมักแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาปฏิบัติงาน ซึ่งอาจเป็นไปตามที่ระเบียบ กฎหมายกำหนดไว้ และแต่งตั้งโดยผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจของหน่วยงานออกเป็นคำสั่ง ในกรณีการแต่งตั้งตามระเบียบ กฎหมายส่วนใหญ่จะกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ตำแหน่ง คุณสมบัติ จำนวนกรรมการ หรือขั้นตอนการได้มาของกรรมการไว้ด้วย ส่วนการแต่งตั้งกรรมการโดยออกคำสั่ง เป็นเรื่องของหน่วยงานที่จะกำหนด เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบตามที่ต้องการเพื่อให้ทำงาน ทำกิจกรรม โครงการต่าง ๆ สนองนโยบายของหน่วยงานให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ 
                    คำสั่งแต่งตั้งกรรมการ ใช้รูปแบบตามระเบียบงานสารบรรณ สาระสำคัญคือการกำหนด อำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการไว้ คำสั่ง เป็นหลักฐานทางราชการที่มีความสำคัญ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานราชการให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายและนโยบาย ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมีทั้งสิทธิ และหน้าที่ ความรับผิดชอบตามคำสั่ง สำหรับผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งในฐานะผู้บริหาร นอกจากได้กระจายอำนาจการบริหาร จัดการ มอบหมายงานตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว สามารถใช้คำสั่งเป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตามงาน ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ด้วย
                    การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในยุคปฏิรูปการศึกษา กฎหมายได้กระจายอำนาจงานทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคคลและด้านบริหารงานทั่วไป ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ มีอิสระในการตัดสินใจ ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานเป็นทีม สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนในชุมชน ใช้การบริหารจัดการศึกษาโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน
                     งานปฏิรูปการศึกษา เป็นเรื่องใหญ่ มีขอบข่าย ภาระงานหลายด้าน กว้างขวาง ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการรับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบาย จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ จำเป็นในการบริหารงานในยุคปฏิรูปการศึกษา การออกคำสั่ง แต่งตั้งกรรมการ ตำแหน่ง คุณสมบัติของผู้รับแต่งตั้งต้องถูกต้อง ตามที่ระเบียบ กฏหมายกำหนดไว้ เพราะมีผลผูกพันต่อองค์ประกอบของการประชุม การลงมติ การใช้สิทธิ และสวัสดิการต่าง ๆ กรรมการควรเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ตรงกับบทบาท หน้าที่และงานที่รับผิดชอบ ควรมีจิตสาธารณะ 
                      มีข้อควรพิจารณาในการออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการเพื่อให้เกิดความถูกต้อง รอบคอบ และไม่เป็นประเด็นปัญหาในการตีความ เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น อำนาจ หน้าที่ของกรรมการยังมีอยู่หรือไม่ องค์ประชุมครบหรือไม่ มติชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบหรือไม่ จะมอบหมายให้ผู้อื่นไปประชุมแทนตนเองได้หรือไม่ ปัญหาเหล่านี้อาจย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
                       ผู้เขียนได้อ่านหนังสือตอบข้อหารือ เรื่องการแต่งตั้งกรรมการของ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดย สำนักงานกฤษฎีกา เห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ สามารถใช้เป็นหลักในการพิจารณาออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาได้ ทำให้การออกคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องถูกตีความ ไปตามความรู้สึกของแต่ละคนและเป็นประเด็นนำไปสู่ความขัดแย้งในองค์กร 
                       สำนักงานกฤษฎีกาได้วินิจฉัยข้อหารือและให้ความเห็น ผู้เขียนสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
                       ๑. การแต่งตั้งกรรมการแบบที่หนึ่ง โดยระบุชื่อของบุคคล เพียงอย่างเดียวไม่ระบุตำแหน่ง เจตนาเป็นการแต่งตั้งเจาะจงตัวบุคคลเป็นการเฉพาะตัว กรณีนี้แม้กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งนั้นจะเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ภายหลัง ก็ยังมีฐานะเป็นกรรมการ ในขณะเดียวกันจะมอบหมายคนอื่นประชุมแทนตนเองไม่ได้ 
                       ๒. การแต่งตั้งกรรมการแบบที่สอง ระบุตำแหน่งของบุคคลที่แต่งตั้งเพียงอย่างเดียว ไม่ระบุชื่อ กรณีนี้ใครมาดำรงตำแหน่งแทนตามที่ระบุก็ถือว่าเป็นกรรมการตามกฎหมายหรือตามคำสั่งแล้ว และไม่สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นประชุมแทนได้เว้นแต่เป็นการมอบหมาย ตามบทบัญญัติของกฎหมาย ในส่วนที่ว่าด้วยการรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทน ( สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาใช้ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ หมวด ๔ การปฎิบัติราชการแทนและหมวด ๕ การรักษาราชการแทน ) 
                        ๓. การแต่งตั้งกรรมการแบบที่สามและแบบที่สี่ คือ โดยการระบุชื่อของบุคคลและตำแหน่งของผู้นั้นด้วย และการแต่งตั้งโดยระบุตำแหน่งและต่อท้ายด้วยชื่อ เห็นว่าเป็นการแต่งตั้งมีลักษณะเจาะจงเช่นเดียวกับแบบที่หนึ่ง เพราะผู้ที่จะเป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งนั้นจะต้องมีทั้งชื่อและตำแหน่งตามที่ระบุไว้ หากตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปก็ย่อมทำให้บุคคลนั้นพ้นจากการเป็นกรรมการ กรณีจะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมแทนไม่ได้
                       ๔. การแต่งตั้งกรรมการแบบที่ห้าและแบบที่หก คือ การระบุชื่อและวงเล็บตำแหน่งข้างท้าย และการแต่งตั้งที่ระบุตำแหน่งและวงเล็บชื่อไว้ข้างท้ายด้วย เห็นว่ากรณีอาจมีปัญหาได้ว่า ผู้แต่งตั้งมีเจตนาหรือมีความประสงค์อย่างใดแน่ กรณีระบุชื่อและวงเล็บตำแหน่ง ผู้แต่งตั้งอาจมีเจตนาที่จะแต่งตั้งตัวบุคคลเป็นสำคัญ แต่ระบุตำแหน่งไว้ด้วยเพื่อให้ชัดเจน ในทางกลับกันการแต่งตั้งโดยระบุตำแหน่งและวงเล็บชื่อก็อาจมีเจตนาแต่งตั้งโดยคำนึงถึงตำแหน่งเป็นสำคัญแต่วงเล็บชื่อไว้เพื่อให้รู้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งนั้นได้แก่ผู้ใด แต่ทั้งสองกรณีอาจเห็นได้ว่าผู้แต่งตั้งเจตนาแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวนั้นโดยคำนึงถึงชื่อและตำแหน่งที่บุคคลนั้นดำรงอยู่ทั้งสองประการ หากกรณีเป็นอย่างหลังนี้ ก็จะมีลักษณะเป็นการเจาะจงตัวบุคคลอันเป็นการเฉพาะตัวเช่นเดียวกับกรณีตามแบบที่หนึ่ง ดังนั้นการแต่งตั้งตามแบบที่ห้าและแบบที่หกจึงมีลักษณะไม่เด็ดขาด ย่อมแล้วแต่เจตนาของผู้แต่งตั้ง ซึ่งอาจพิจารณาจากการแต่งตั้งโดยทางใดทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีสำนักงานกฤษฎีกาเห็นว่าเพื่อมิให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้งกรรมการ จึงควรพิจารณากำหนดโดยอาศัยแบบหนึ่งแบบใดในสี่แบบข้างต้นจะเป็นการเหมาะสมกว่า (
คลิกอ่าน )
                        การตอบข้อหารือดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่า จะเป็นหลักการและแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาใช้พิจารณาการออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการได้ละเอียด รอบคอบ มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ประเด็นวัตถุประสงค์ ต้องชัดเจนว่า เจตนาแต่งตั้งตัวบุคคล หรือ ตำแหน่ง เป็นคำสั่งเฉพาะกิจ ในระยะสั้น หรือระยะยาว มีวาระการดำรงตำแหน่ง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการซึ่งจะส่งผลให้คำสั่งไม่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลเหล่านี้ ต้อง ครบถ้วน ถูกต้อง มีการวางแผนเลือกรูปแบบคำสั่งที่ถูกต้อง สมบูรณ์ สอดคล้องตามต้องการ ไม่ต้องตีความให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกัน 
                                                      .........................................................


 



ผู้เขียน : นายสมมาต คำวัจนัง
หน่วยงาน : กลุ่มอำนวยการ สพท.สมุทรสาคร
จันทร์ ที่ 16 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2553
เข้าชม : 2662
4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 9 ครั้ง.


บริหารทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      OD : 5 S 4 / ต.ค. / 2553
      สื่อสารเพื่อพัฒนางาน 10 / ก.ย. / 2553
      ๑๘๓ เขตประถม ๔๒ เขตมัธยม เพื่อคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน 28 / ส.ค. / 2553
      ปัญหาการแต่งตั้งกรรมการ 16 / ส.ค. / 2553
      เขตพื้นที่ประถม-มัยมศึกษา มุ่งพัฒนาคุณภาพ 29 / ก.ค. / 2553


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
    
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
2/3 หมู่ 8 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
โทร 0-3482-6255 แฟกซ์ 0-3482-6253
e-mail : kittik_milk@hotmail.com , kittik_milki@yahoo.com