[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1


ส่งเสริมการจัดการศึกษา
เรื่อง : วิธีการสร้างเยาวชนให้เกิดจิตสาธารณะ



วิธีการสร้างเยาวชนให้เกิดจิตสาธารณะ

จากคำพระที่ว่า ผู้ให้ย่อมเป็นสุข เป็นที่พึงปรารถนาของผู้รับ และการให้ยังแสดงถึงจิตสำนึกในความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของผู้ให้เป็นอย่างดี การเป็นผู้ให้หรือจิตสาธารณะจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่จะนำมาแห่งความสุขอย่างยั่งยืนถาวร

จิตสาธารณะกับคนไทยในอดีตถือเป็นของคู่กันด้วยความเอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นวิถีการดำรงชีวิตประจำวันที่มีการแบ่งปันกันอย่างเต็มใจ หรือการลงแขกช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันโดยมิต้องมีกฎระเบียบมาบังคับ ความช่วยเหลือทุกอย่างออกมาจากจิตใจ สังคมไทยในอดีตจึงอยู่กันเหมือนเครือญาติ เกิดความสุข และแม้บางครั้งจะมีปัญหาก็จะร่วมกันแก้ไขจนทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี

แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย จะเป็นด้วยเพราะเราไม่ได้มีการเตรียมบุคลากรของชาติให้มีความพร้อมรับกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นหรือไม่ก็ไม่รู้ จึงทำให้เด็กและเยาวชนไม่น้อยขาดวิจารณญาณในการเลือกบริโภคกับสิ่งที่มากับความเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความคลั่งไคล้ในวัตถุนิยมและวัฒนธรรมอันไม่ใช่รากเหง้าที่แท้จริงของคนไทยไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็มุ่งอยู่กับด้านเศรษฐกิจเพื่อหวังสร้างความร่ำรวยให้เกิดขึ้นกับตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะกระทบหรือทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง

เมื่อต้นแบบที่ไม่ดีมีอยู่เกลื่อนกลาด เด็กและเยาวชนจึงมี ต้นแบบอย่างที่ผิด ๆ สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นต่อทั้งตนเองและสังคมตามมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะความสำนึกในจิตสาธารณะที่เคยมีมาในอดีต เด็กและเยาวชนปัจจุบันแทบจะไม่เคยพบเห็นหรือนำไปปฏิบัติต่อคนอื่นเลยด้วยซ้ำไป นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สิ่งที่ทรงคุณค่าของคนไทยที่คนต่างชาติเขาไม่มีและอยากให้มีเกิดขึ้น แต่คนไทยกลับปล่อยให้ค่อยสูญสลายไป

จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติในอนาคตได้กลับ มามีจิตใจของความเป็นผู้ให้ที่เกิดขึ้นเป็นจิตสำนึกภายในอีกครั้ง แม้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะเริ่มทำได้ยาก เพราะเด็กและเยาวชนจำนวนมากได้ก้าวถลำลึกกับวัตถุนิยมและวัฒนธรรมต่างชาติไปมากแล้วก็ตาม แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งความดีงามของความ เป็นตัวตนคนไทยที่แท้จริงจะกลับคืนมา แม้จะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ในช่วงนี้ก็ตาม

ซึ่งวิธีการที่จะปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนกลับมามีจิตสาธารณะ อย่างถาวรอีกครั้งก็คงมีอยู่หลายวิธีการ ในที่นี้จะขอนำตัวอย่างในการจัดกิจกรรมของอุทยานการเรียนรู้ที่ดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสถานศึกษาจะได้นำไปเป็นต้นแบบปรับประยุกต์ใช้ได้ โดยอุทยานการเรียนรู้ได้จัดโครงการจิตอาสา “มือใหม่หัดทำดี” (First Hand Out) ขึ้นด้วยการรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนหันมาหัดทำดีเพื่อผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าอันจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงซึมซับการเป็นผู้ให้ให้เกิดขึ้นอย่างถาวรตามที่บรรพบุรุษคนไทยในอดีตได้เคยทำมา

กิจกรรม “มือใหม่หัดทำดี” ได้ให้เยาวชนรวมกลุ่มกันเพื่อคิดและสร้างผลงานที่จะเป็นประโยชน์ ต่อสังคมส่วนรวมโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ตามหลักการที่ว่า “คิดดี ทำดี เกิดความสามัคคี ในประเทศชาติ” ซึ่งในการดำเนินงาน นั้นทางอุทยานการเรียนรู้ยังได้จัดสรรงบประมาณ ให้นำไปพัฒนาผลงานให้เกิดมีคุณภาพสูงสุดเพื่อ ส่งผลงานเข้าประกวดในระดับชาติ ซึ่งจะมีเงินทุนการศึกษาเป็นรางวัลให้และ ผลงานจะถูกจดลิขสิทธิ์เพื่อเผยแพร่ใช้ประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป

จากกิจกรรมดังกล่าวนี้ ได้มีเยาวชนจากทุกภูมิภาคของประเทศเข้าร่วมอาสาทำความดี โดยส่งผลงานของกลุ่มเข้าประกวดอย่างมากมาย ซึ่งผลงานของเยาวชนแต่ละกลุ่ม ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมาย เพื่อทำประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น ผลงานของ “กลุ่มหน่อ กะลา” ของนักเรียนโรงเรียนราชินีบนที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานด้วยการ นำหน่อกะลาซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับข่า ที่มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายน้ำนม แก้คลื่นไส้อาเจียน และขับลมได้อย่างดีมาปรับประยุกต์ทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทอดมันปลากรายหน่อกะลาจัดจำหน่ายให้แก่เพื่อนนักเรียน ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นนอกจากผู้ที่หาซื้อไปรับประทานจะได้รับประทานอาหารแปลกใหม่ รสชาติอร่อยเกิดคุณค่าทางโภชนาการและช่วยปรับความสมดุลให้กับร่างกายแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการขายทอดมันปลากรายจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา จัดส่งไปให้แก่เด็กในชนบทที่ขาดแคลน ซึ่งกลุ่มนี้สามารถดำเนินการสำเร็จมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน

หรือกลุ่มของเยาวชนที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “หนุ่มลายคราม” ที่มีแนวคิดสะสมของเก่า ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครื่องเขียนแบบเรียน เสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นคุณค่าแล้วนำมาดัดแปลงหรือซ่อมแซม ให้สามารถใช้ได้แล้วนำไปช่วยเหลือแบ่งปันให้แก่เด็กขาดแคลนในท้องถิ่นชนบทอีกเช่นกัน ซึ่งจากวิธีการดังกล่าวที่เยาวชนได้พบเห็นความขาดแคลนของผู้ด้อยโอกาส ในท้องถิ่นต่าง ๆ นอกจากจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้เห็นคุณค่าสิ่งของที่มีอยู่และใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดแล้วยังช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้มีเมตตา เอื้ออาทร เกิดขึ้น

นอกจากนั้นก็ยังมีผลงานของกลุ่มเยาวชนที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลงานที่เกิดจากจินตนาการของเยาวชนทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของความเป็นผู้ให้ ที่ยังมีอยู่ในสายเลือดเยาวชนไทย ยังไม่ขาดหายไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาขาดการสนับสนุนหรือจัดหาเวทีให้เด็กได้แสดงถึงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ในการเป็นผู้ให้กันอย่างจริงจัง เท่านั้นเอง

เมื่ออุทยานการเรียนรู้จัดเวทีให้ผลงานอย่างสร้างสรรค์จากเยาวชนไทย จึงออกมาจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย นอกจากนั้นก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหลายกิจกรรม อาทิ “กิจกรรมอาสามือเปื้อนสี ใจเปี่ยมสุข” ด้วยการนำผู้มีชื่อเสียงที่เป็นต้นแบบของเยาวชนที่ต้องการเลียนแบบมาเป็นผู้นำ ร่วมพัฒนาสาธารณประโยชน์ทั้งโรงเรียน วัด ที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากโครงการนี้ปรากฏว่าได้มีผู้มีชื่อเสียงเข้ามาร่วมเป็นแกนนำ ในการทำความดีร่วมกับเยาวชนมากมาย อาทิ นางสาวลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยคนปัจจุบัน เป็นต้น

จากคำพระที่ว่า ผู้ให้ย่อมเป็นสุข เป็นที่พึงปรารถนาของผู้รับ และการให้ยังแสดงถึงจิตสำนึกในความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของผู้ให้เป็นอย่างดี การเป็นผู้ให้หรือจิตสาธารณะจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่จะนำมาแห่งความสุขอย่างยั่งยืนถาวร

 จิตสาธารณะกับคนไทยในอดีตถือเป็นของคู่กันด้วยความเอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นวิถีการดำรงชีวิตประจำวันที่มีการแบ่งปันกันอย่างเต็มใจ หรือการลงแขกช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันโดยมิต้องมีกฎระเบียบมาบังคับ ความช่วยเหลือทุกอย่างออกมาจากจิตใจ สังคมไทยในอดีตจึงอยู่กันเหมือนเครือญาติ เกิดความสุข และแม้บางครั้งจะมีปัญหาก็จะร่วมกันแก้ไขจนทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี

 

แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย จะเป็นด้วยเพราะเราไม่ได้มีการเตรียมบุคลากรของชาติให้มีความพร้อมรับกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นหรือไม่ก็ไม่รู้ จึงทำให้เด็กและเยาวชนไม่น้อยขาดวิจารณญาณในการเลือกบริโภคกับสิ่งที่มากับความเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความคลั่งไคล้ในวัตถุนิยมและวัฒนธรรมอันไม่ใช่รากเหง้าที่แท้จริงของคนไทยไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็มุ่งอยู่กับด้านเศรษฐกิจเพื่อหวังสร้างความร่ำรวยให้เกิดขึ้นกับตนเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะกระทบหรือทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง

 เมื่อต้นแบบที่ไม่ดีมีอยู่เกลื่อนกลาด เด็กและเยาวชนจึงมี ต้นแบบอย่างที่ผิด ๆ สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นต่อทั้งตนเองและสังคมตามมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะความสำนึกในจิตสาธารณะที่เคยมีมาในอดีต เด็กและเยาวชนปัจจุบันแทบจะไม่เคยพบเห็นหรือนำไปปฏิบัติต่อคนอื่นเลยด้วยซ้ำไป นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สิ่งที่ทรงคุณค่าของคนไทยที่คนต่างชาติเขาไม่มีและอยากให้มีเกิดขึ้น แต่คนไทยกลับปล่อยให้ค่อยสูญสลายไป

 จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนอันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติในอนาคตได้กลับ มามีจิตใจของความเป็นผู้ให้ที่เกิดขึ้นเป็นจิตสำนึกภายในอีกครั้ง แม้ว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะเริ่มทำได้ยาก เพราะเด็กและเยาวชนจำนวนมากได้ก้าวถลำลึกกับวัตถุนิยมและวัฒนธรรมต่างชาติไปมากแล้วก็ตาม แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งความดีงามของความ เป็นตัวตนคนไทยที่แท้จริงจะกลับคืนมา แม้จะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ในช่วงนี้ก็ตาม

 

ซึ่งวิธีการที่จะปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนกลับมามีจิตสาธารณะ อย่างถาวรอีกครั้งก็คงมีอยู่หลายวิธีการ ในที่นี้จะขอนำตัวอย่างในการจัดกิจกรรมของอุทยานการเรียนรู้ที่ดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสถานศึกษาจะได้นำไปเป็นต้นแบบปรับประยุกต์ใช้ได้ โดยอุทยานการเรียนรู้ได้จัดโครงการจิตอาสา “มือใหม่หัดทำดี” (First Hand Out) ขึ้นด้วยการรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนหันมาหัดทำดีเพื่อผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าอันจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงซึมซับการเป็นผู้ให้ให้เกิดขึ้นอย่างถาวรตามที่บรรพบุรุษคนไทยในอดีตได้เคยทำมา

 กิจกรรม “มือใหม่หัดทำดี” ได้ให้เยาวชนรวมกลุ่มกันเพื่อคิดและสร้างผลงานที่จะเป็นประโยชน์ ต่อสังคมส่วนรวมโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ตามหลักการที่ว่า “คิดดี ทำดี เกิดความสามัคคี ในประเทศชาติ” ซึ่งในการดำเนินงาน นั้นทางอุทยานการเรียนรู้ยังได้จัดสรรงบประมาณ ให้นำไปพัฒนาผลงานให้เกิดมีคุณภาพสูงสุดเพื่อ ส่งผลงานเข้าประกวดในระดับชาติ ซึ่งจะมีเงินทุนการศึกษาเป็นรางวัลให้และ ผลงานจะถูกจดลิขสิทธิ์เพื่อเผยแพร่ใช้ประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป

 จากกิจกรรมดังกล่าวนี้ ได้มีเยาวชนจากทุกภูมิภาคของประเทศเข้าร่วมอาสาทำความดี โดยส่งผลงานของกลุ่มเข้าประกวดอย่างมากมาย ซึ่งผลงานของเยาวชนแต่ละกลุ่ม ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมาย เพื่อทำประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น ผลงานของ “กลุ่มหน่อ กะลา” ของนักเรียนโรงเรียนราชินีบนที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานด้วยการ นำหน่อกะลาซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับข่า ที่มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายน้ำนม แก้คลื่นไส้อาเจียน และขับลมได้อย่างดีมาปรับประยุกต์ทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทอดมันปลากรายหน่อกะลาจัดจำหน่ายให้แก่เพื่อนนักเรียน ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นนอกจากผู้ที่หาซื้อไปรับประทานจะได้รับประทานอาหารแปลกใหม่ รสชาติอร่อยเกิดคุณค่าทางโภชนาการและช่วยปรับความสมดุลให้กับร่างกายแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการขายทอดมันปลากรายจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา จัดส่งไปให้แก่เด็กในชนบทที่ขาดแคลน ซึ่งกลุ่มนี้สามารถดำเนินการสำเร็จมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน

 หรือกลุ่มของเยาวชนที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “หนุ่มลายคราม” ที่มีแนวคิดสะสมของเก่า ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เครื่องเขียนแบบเรียน เสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นคุณค่าแล้วนำมาดัดแปลงหรือซ่อมแซม ให้สามารถใช้ได้แล้วนำไปช่วยเหลือแบ่งปันให้แก่เด็กขาดแคลนในท้องถิ่นชนบทอีกเช่นกัน ซึ่งจากวิธีการดังกล่าวที่เยาวชนได้พบเห็นความขาดแคลนของผู้ด้อยโอกาส ในท้องถิ่นต่าง ๆ นอกจากจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้เห็นคุณค่าสิ่งของที่มีอยู่และใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดแล้วยังช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้มีเมตตา เอื้ออาทร เกิดขึ้น

 นอกจากนั้นก็ยังมีผลงานของกลุ่มเยาวชนที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลงานที่เกิดจากจินตนาการของเยาวชนทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของความเป็นผู้ให้ ที่ยังมีอยู่ในสายเลือดเยาวชนไทย ยังไม่ขาดหายไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาขาดการสนับสนุนหรือจัดหาเวทีให้เด็กได้แสดงถึงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ในการเป็นผู้ให้กันอย่างจริงจัง เท่านั้นเอง

 เมื่ออุทยานการเรียนรู้จัดเวทีให้ผลงานอย่างสร้างสรรค์จากเยาวชนไทย จึงออกมาจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย นอกจากนั้นก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหลายกิจกรรม อาทิ “กิจกรรมอาสามือเปื้อนสี ใจเปี่ยมสุข” ด้วยการนำผู้มีชื่อเสียงที่เป็นต้นแบบของเยาวชนที่ต้องการเลียนแบบมาเป็นผู้นำ ร่วมพัฒนาสาธารณประโยชน์ทั้งโรงเรียน วัด ที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากโครงการนี้ปรากฏว่าได้มีผู้มีชื่อเสียงเข้ามาร่วมเป็นแกนนำ ในการทำความดีร่วมกับเยาวชนมากมาย อาทิ นางสาวลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยคนปัจจุบัน เป็นต้น

 หรือ “กิจกรรมพี่ชวนน้องอ่าน” (Buddy Reading) ด้วยการอาสาสมัครเยาวชนโดยเฉพาะผู้ที่มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและศรัทธาของเด็กมาเป็นผู้นำในการอ่านในลักษณะบัดดี้พี่บัดดี้น้อง ช่วยเหลือเกื้อกูล ในการอ่านร่วมกันในทุกสัปดาห์หลังเลิกเรียนโดยใช้อุทยานการเรียนรู้เป็น ศูนย์กลางนัดพบเพื่อให้พี่ได้ช่วยเหลือน้องให้รักการอ่านมากยิ่งขึ้น โดยอุทยานการเรียนรู้ได้สนับสนุนด้านหนังสือวารสาร และบัตรสมาชิกอย่างทั่วถึง หรือกิจกรรม IT สานฝันผู้ด้อยโอกาส โดยการใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้ความรู้ด้าน IT แก่เยาวชน ที่สนใจเพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่เด็กด้อยโอกาสตามชุมชนสลัมต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

จากกิจกรรมที่อุทยานการเรียนรู้จัดขึ้นเพื่อปลุกจิตสำนึกด้านการเป็นผู้ให้ยังมีอีกมากมาย แต่ในที่นี้คงนำมาขยายต่อไม่หมด หากเยาวชนคนใดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่อุทยานการเรียนรู้โดยตรง การ ที่ได้นำเรื่องนี้มาเสนอให้ทราบกันก็ด้วยเห็นว่า คนไทยในปัจจุบันกับการพัฒนาจิตสาธารณะ การเป็นผู้ให้เริ่มถดถอยลงเหลือแต่ประโยชน์ตนเอง และพวกพ้อง ส่วนตัวเยาวชนเองก็หมกมุ่นอยู่กับวัตถุและประเพณีที่ ผิดเพี้ยนจากความเป็นไทย หากปล่อยให้สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปเลยตามเลยเช่นนี้เมื่อทุกอย่างเข้ามาครอบงำมากขึ้นจนแกะไม่ออกเมื่อนั้นปัญหาต่าง ๆ คงตามมาอีกมากมาย คงหาความร่มเย็นเป็นสุข หรือความสมานฉันท์ในชาติคงยากแน่ ตอนนี้คิดว่ายังไม่สายเกินไปกับการที่จะมาร่วมกันทำให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกทำความดีกันแม้จะต้องนับหนึ่งใหม่ก็ตาม และเมื่อเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่หัดทำดีแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งหลายก็คงต้องเลิกทำสิ่งไม่ดีด้วยมิฉะนั้นเด็กก็จะหวนกลับไปเดินตาม แม่ปูขาเกอีกเป็นแน่.

บทความของ กลิ่น สระทองเนียม   http://news.sanook.com/education/education_39824.php



ผู้เขียน : เกษณี ปละอุด
หน่วยงาน : กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
ศุกร์ ที่ 16 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2553
เข้าชม : 3578
4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 14 ครั้ง.


ส่งเสริมการจัดการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      รายงานการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนโรงเรียนบ้านกันทรอมน้อย ด้วยวิธีการทำค่านิยมให้กระจ่าง โดยใช้ชุดพัฒนาความรับผิดชอบในการเรียน 27 / พ.ค. / 2554
      เผยแพร่ผลงานวิจัย รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านกันทรอมน้อย โดยใช้คู่มือพัฒนาความรับผิดชอบของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2 16 / มี.ค. / 2554
      จิตสาธารณะหรือจิตสำนึกสาธารณะ 13 / ก.ย. / 2553
      วิธีการสร้างเยาวชนให้เกิดจิตสาธารณะ 16 / ก.ค. / 2553
      จิตสาธารณะเพื่อสร้างสรรค์สังคม 8 / ก.ค. / 2553


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก
    
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
2/3 หมู่ 8 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
โทร 0-3482-6255 แฟกซ์ 0-3482-6253
e-mail : kittik_milk@hotmail.com , kittik_milki@yahoo.com